Select Page

ก่อนที่จะมาเป็นAmetiseClinic

May 9, 2018

สวัสดีค่ะ ดิฉัน กุลกนก หว่อง(กิ๊ฟท์) ผู้บริหารสถาบันเสริมความงาม Ametise clinic ที่ได้ดำเนินธุรกิจให้บริการทางด้านความงาม โดยก่อนที่กิ๊ฟท์จะได้ตัดสินใจมาเริ่มธุรกิจด้านนี้ กิ๊ฟท์ได้ผ่านประสบการณ์การศัลยกรรมซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตและทัศนคติเรื่องการทำศัลยกรรมไปที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น กิ๊ฟท์จึงอยากนำประสบการณ์ในครั้งนั้นมาบอกเล่าซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นสถาบันเสริมความงามแห่งนี้

   โดยส่วนตัวกิ๊ฟท์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องความสวย ความงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและ ด้วยวัยที่โตขึ้น ต้องพบปะผู้คนมากขึ้น บางครั้งจึงรู้สึกไม่มั่นใจในรูปหน้าของตัวเอง จึงได้เริ่มมองหาวิธีในการปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวและยาวขึ้น ประกอบกับช่วงนั้นมีเพื่อนได้แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์บริเวณที่คางและจมูก กจึงได้ตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์โดยคาดหวังให้รูปหน้าเกิดการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์ที่ได้คือใบหน้าดูเรียวยาวขึ้นจริงทำให้รู้สึกพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ แต่เมื่อผ่านไป 5-6 ปี ใบหน้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง บริเวณคางมีก้อนขนาดเล็กปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้บริเวณคางมีความหย่อนคล้อยคล้ายกับเหนียง ซึ่งหลังจากนั้นความมั่นใจของกิ๊ฟท์ก็ได้เริ่มหมดไป

   อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์ เริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของกิ๊ฟท์ เริ่มไม่ค่อยอยากเจอผู้คน เพราะใบหน้ามีการผิดรูปส่งผลต่อความมั่นใจเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ส่องกระจกก็จะเห็นความผิดแปลกบริเวณคางอย่างเห็นได้ชัด เวลานั้นกิ๊ฟท์มีความรู้เรื่องการศัลยกรรมที่น้อย และเมื่อปล่อยทิ้งเวลาไปนานวันเข้าก้อนเล็กๆนั้นก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นและเจ็บอย่างมาก ถือได้ว่าเป็นฝันร้ายของกิ๊ฟท์ก็ว่าได้

   ช่วงเวลานั้นกิ๊ฟท์รู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจจึงได้เริ่มต้นค้นหาวิธีแก้ไข โดยเริ่มจากการศึกษาสาเหตุอย่างจริงจังก่อนจะเข้าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เพื่อเข้ารับการแก้ไขแต่หลายๆที่ก็ได้ปฏิเสธในการรับเแก้ไขเพราะในกรณีของกิฟท์นั้น โชคไม่ดีที่ ฟิลเลอร์อยู่ตื้นติดผิวชั้นบนมาก มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงที่ถ้าขูดแล้วเนื้อด้านนอกจะหลุดทะลุได้ แก้แล้วหวังผลให้กลับมาเหมือนเดิมนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ด้วยอาการเริ่มแสดงออกมามากขึ้น จึงได้ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด และได้พบสาเหตุว่าเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ซึ่งไม่ได้มาตราฐานทำให้ฟิลเลอร์นั้นไม่ละลายไปตามธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น และจับตัวกันเป็นก้อนก่อนที่จะเริ่มเน่าขึ้นเรื่อยๆ กิ๊ฟท์ก็ต้องรักษาอาการไปอีกหลายสัปดาห์กว่าจะเริ่มดีขึ้น

  แม้ในช่วงแรกนั้นคนรอบข้างจะยังไม่ให้การสนับสนุนเท่าไรนัก และตัวเองก็ไม่ใช่แพทย์โดยตรง มาเปิดกิจการความงามอาจไม่เป็นที่เชื่อถือและประสบความสำเร็จได้ยาก แต่กิ๊ฟท์ไม่ได้คาดหวังผลกำไรมากมาย เริ่มต้นด้วยใจรักจริงๆ เริ่มแรกได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เงินทุนตัวเอง ลงมือทาสีด้วยตัวเอง กิ๊ฟท์คิดว่าเราก็แค่คนธรรมดาถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ ต้องมุ่นมั่นและเต็มที่กับมัน ซึ่งในระยะเวลา2ปีแรก ก็มีท้อบ้างเพราะผลลัพธ์ยังไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวัง แต่ครอบครัวของกิ๊ฟท์ยังคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด ทำให้กลับมาสู้อีกครั้งและพิสูจน์ความตั้งใจของเราที่ต้องการให้การศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ผลลัพธ์ที่ได้คือสถาบันความงามของเราได้รับความไว้วางใจและได้ก้าวขึ้นเป็นอันดับต้นๆของสถาบันเสริมความงามในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนได้รู้จักกันในชื่อ Ametise clinic